This is it & MJ
พี่หมู surprised มาก บอก 2-3 ล่วงหน้าว่าจะมาเมืองไทย มาครั้งนี้เก็บกวาดทำความสะอาดคอนโดร้างไม่ทันเลยไม่ได้ชวนพี่หมูมาพัก พี่หมูเลยต้องระเห็จไปอยู่โรงแรม แถมโรงแรมที่ว่าอยู่ตรงไหนของบางกอกก็ไม่รู้ อิชั้นล่ะไม่เคยได้ยินชื่อ พี่หมูบอกว่า ให้ Agency จองให้
ตอนแรกนึกว่า พี่หมูมาถึงเวลาเดียวกับ flight ของคุณแม่ที่มาจาก จีน จะได้รับมาพร้อมกันเลย แต่พี่หมูมาถึงก่อนหลายชั่วโมง เลยชวนพี่หมูไปดูหนังดีกว่า อยากดูมานานแล้ว แต่หาเพื่อนดูหนังโรงไม่ได้ เพราะ เกรงใจคนอื่น เดี๋ยวอิชั้นจะไปนั่งหลับในโรง หรือ กรนเสียงดังล่ะอายคนอื่นแย่ แต่พี่หมูน่ะบอกว่า เห็นจนชินแล้ว ชวนดูหนังโรงทีไร อีนี่หลับตัล-หลอด ถ้าดูหนังโรงเมืองนอกล่ะก็เปลืองตังค์น่าดู
เจอพี่หมูมาในสภาพแขนเจ็บ มาถึงก็หิวซก ต้องลากไปหาอะไรกิน กะว่าจะเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นพี่หมูซะหน่อย แต่พี่หมูบอกเบื่อแล้ว อยากกินอาหารไทยมากกว่า ก็เลยพาไปเดินเลือกร้าน และ แวะเลือกหนังว่าจะดูเรื่องอะไร
เพื่อนแนะนำให้ดู รถไฟฟ้ามาหานะเธอ แต่เสียดาย ที่เมเจอร์รัชโยธิน มีรอบเดียว และ ผ่านไปแล้วด้วย เลยอด ก็เลยต้องเลือกเรื่องอื่น โชคดีที่เราสองคนอยากดู MJ ก็เลยเลือกดูกัน
พี่หมูชมว่า หัวแกนี่โตได้ใจมากๆ ไหล่และช่วงตัวเลยดูเล็ก 555 แกชมใช่มะ พี่หมู
เชื่อมะ ทั้งโรง มีแค่ หมู 2 ตัว เข้าโรงปั๊บ เค้าหรี่ไฟทางเดิน เปิดโฆษณาหนังให้ดูเลย แหมสบายดีแท้ อิชั้นก็นั่งอย่างสบายใจเฉิบ
ดู This is it! แล้ว รัก Michael Jackson มากๆ เมื่อก่อนชอบเพลงบางเพลงของ Michael Jackson ไม่ชอบการแต่งตัวที่แสนประหลาด สีกางเกง กับ สีเสื้อตัดกัน แทบขากางเกงลีบ ลอยเห็นสีถุงเท้าคนละสีกับกางเกง ดูเหมือนคนแต่งตัวไม่เป็น ไม่ชอบการทำศัลยกรรมใบหน้าของเค้า เพราะ คิดว่า ตอนเด็กๆ ตอนที่เค้าผิวสี เค้าหน้าตาดีกว่านี้ ยิ่งก่อนที่เค้าจะเสียชีวิต มีแต่ข่าวไม่ดี ตั้งแต่อุ้มลูกตัวน้อยมาอยู่บนระเบียง รวมไปถึงการไม่จ่ายค่าตัวให้ bodyguard
แต่พอดูหนังเรื่องนี้ โอ้ Michael Jackson ชั้นรักเธอ เค้าดูเป็นคนจิตใจดีมาก อ่อนโยน สุภาพ ดูไปน้ำตาซึมไป ว่า คนระดับราชาเพลง Rock ทำไมถึงจิตใจดีขนาดนี้วะ เพราะว่า This is it เป็นการนำเอาเบื้องหลังการทำงานของเค้ามาฉายให้ดู ถึงได้รู้ว่า ตัวจริงเค้าเป็นยังไง ไม่มีการ fake เล่นละครตามบท
ขึ้นต้นเรื่องมาก็เป็นการสัมภาษณ์การทำงานของนักแสดงร่วม ที่เค้าต้องประกวด แข่งกันเข้ามาทำงาน คนเหล่านี้เป็นคนที่รัก MJ เป็นแฟนคลับ และ สามารถเต้นท่า แสดงความเป็น MJ ได้อย่างชัดเจนเท่านั้น แต่ละคนก็มาเล่าด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า มีส่วนได้ร่วมงานกับ MJ บางคนบินไกลมาจาก ออสเตรเลีย เพื่อมาแข่งเต้น
This is it!
ชอบดู footwork ของ MJ ท่าเต้นสวยมาก bodyline ก็สวย พริ้ว ผู้กำกับเสียง กำกับเวที ผู้ร่วมงานทุกคนชื่นชมเค้าทุกคน ซึ่งจากหนังก็ทำให้เห็นจริงๆ ว่าเนี่ย gifted/ talented ของเค้า เป็นยังไง ขณะที่เค้าซ้อมร้องเพลงคู่กับ มือกีตาร์ลีดผู้หญิงคนนึง เค้าแนะนำให้วิธีการ ลีดกีตาร์ เพื่อจะได้ส่งให้ผู้หญิงคนนั้นเด่นยังไง หรือแม้การแนะนำคนควบคุมเสียงว่าจะเล่นเพลง เล่นจังหวะไหนตรงไหน เค้าก็แนะนำดีๆ พูดจาดีๆ ทำให้เห็นว่า การเป็นคนดังระดับเค้า วางตัวได้ดีมาก ไม่มีการดุ ตวาด เพื่อนร่วมงานเลย
มีตอนนึง ที่เค้าไม่อยากใส่หูฟัง เค้าก็พูดจาไพเราะกับผู้กำกับเวที และ กำกับเสียงว่า เค้าขอเอา earplug ออกได้ไม๊ เพราะ เค้ารู้สึกว่าเหมือนมีคนใช้กำปั้นจะทุบที่หูเค้า แล้วเค้าก็ please / thank you หลายรอบ ตอนท้ายของเรื่องประทับใจเข้าไปอีก เป็นตอนที่ เค้าขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกคน เค้าว่า พวกเราทุกคนเป็น family เดียวกัน พูดย้ำว่า Love is important. และ เลยไปถึง ความรักที่มีต่อธรรมชาติว่า ให้คนในโลกรักษาธรรมชาติ เพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น ถ้าเราไม่รักษาธรรมชาติไว้ มันก็จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
พี่หมูทำไมทำตาอย่างงั้นอ่ะ เมาเครื่องบินเหรอ
จากการซ้อมทำให้เห็นเหมือนกันว่า MJ จะเหนื่อย และ หอบ แต่ก็น่าเหนื่อยหรอก เต้นไป ร้องไป อายุก็ใช่น้อยซะที่ไหน ถ้าไม่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ร้องเพลงสม่ำเสมอ คงไม่ไหวเหมือนกัน น้ำเสียงเค้ามีเสน่ห์มากๆ
เสียดายวันนี้ ไม่มี Michael Jackson ให้ชื่นชมตัวเป็นๆ แต่ผลงานของเค้า น้ำเสียงของเค้า ท่าเต้นของเค้าคงเป็นที่กล่าวขวัญตลอดกาล เค้าเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่มีชื่อเสียงแต่ไม่ aggressive เป็นคนอ่อนโยน พูดจาสุภาพ ให้เกียรติกับเพื่อนร่วมงานมากๆ
นึกเสียดายเหมือนกันว่า เราน่าจะได้มีโอกาสเข้าไปดูคอนเสิร์ตจริงๆของเค้าซักครั้งในชีวิต เฮ่อ เมื่อวานเลยบอกพี่หมูว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ถ้าเราจะทะเลาะกันยังไง ความเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง เป็นพี่ที่รักรู้สึกดีต่อกันยังไง ก็ต้องอยู่ตลอดไป เพราะเราปัญญาชน พูดกันรู้เรื่อง อย่าให้ต้องมาร้องไห้ซิกๆเสียใจในงานวันที่เราไม่ได้เจอกันตัวเป็นๆเด็ดขาดนะพี่หมู พี่หมูหัวเราะ บอก แกชอบพูดเรื่องตายอย่างงี้ทุกที ...แหม ก็จริงนี่หว่า ชั้นไม่เคยประมาทกับชีวิตแม้แต่นาทีเดียว
ดูหนังเสร็จ เดินหาที่นั่งข้างนอก อากาศเย็นๆ แต่พี่หมูยังปรับตัวไม่ได้ ร้อนตลอดเวลา ก็เลยต้องหาเรื่องมานั่งกิน จะได้เสพ แอร์อย่างฉ่ำๆในร้านญี่ปุ่น ซึ่งอิชั้นอิ่มแทบอ้วก แต่เพื่อพี่หมู เอาก็ได้วะ คุยไป หัวเราะไป พี่หมูบอกว่า พี่หมูสั่งให้พนักงานโรงแรมปลุกแต่เช้า ชั้นก็เลยเล่าให้พี่หมูฟังว่า มีเพื่อนคนนึงไปประชุมที่ อินเดีย สั่งพนักงานให้ wake up call ด้วยความหวังว่า พนักงานจะโทรมาปลุก แต่แล้ว ที่ฟังแล้วขำก๊าก คือ พนักงานมันเดินมาเขย่าขาเพื่อนเพื่อปลุกให้ตื่นเลย เออ ...คนประเทศนี้ช่างซื่อได้ใจจริงๆ ...เอิ๊ก
moodang
15 พ.ย. 2552 เวลา 14:15 น.

แอบเสียดาย ที่ก่อนหน้านี้มัวแต่รู้สึกว่าเค้าเวอร์กับเรื่องหน้าตา
ศัลยกรรมซะจนเละ
จนมองข้ามสิ่งดี ๆ ของเค้าไป
เฮ้อ เสียดายนะคะ
คิดถึงจ้ะ
ปล.อยากดูไมเคิลมั่งอ่า
สวัสดี ปีใหม่ ใจผ่องแผ้ว
ให้คลาดแคล้ว โรคภัย มลายสูญ
ทวีทรัพย์ นับวิชา พาเพิ่มพูน
ทวีคูณ ความดี ชื่นชีวัน
มีพระธรรม นำจิต พิชิตโชค
อยู่ในโลก คนดี ชีวีมั่น
คงคุณค่า อารยทรัพย์ นับอนันต์
สบสุขสันต์ ทุกวันวาร เบิกบานเทอญ.
@ ขอให้สุขสดชื่น..เทศกาลขึ้นปีใหม่
และเจริญในธรรมโดยทั่วกันทุกท่านเทอญ
เห็นด้วยอย่างสูงยิ่ง
เห็นพี่ฝน...มีฟามสุข..
น้องก็ดีใจนะคะ อิอิ